ผู้พิพากษาของญี่ปุ่นตัดสินให้ชายวัย 30 ปี มีความผิดจริงและต้องรับโทษประหารชีวิต จากการก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 9 ศพ โดยล่อลวงเหยื่อผ่านทวิตเตอร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ว่า ศาลแขวงกรุงโตเกียวมีคำพิพากษา เมื่อวันอังคาร ให้นายทาคาฮิโร ชิราอิชิ อายุ 30 ปี รับโทษประหารชีวิต จากการก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 9 ศพ เมื่อปี 2560 โดยจำเลยใช้วิธีล่อลวงเหยื่อผ่านทวิตเตอร์ จนได้รับสมญานามจากสื่อมวลชนในประเทศว่า “ฆาตกรทวิตเตอร์”
 
ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า วันประกาศคำพิพากษาคดีของชิราอิชิได้รับความสนใจจากสื่อทุกแขนง และโลกออนไลน์ในญี่ปุ่นพร้อมใจกันจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ โดยภายในห้องพิจารณาคดีมีผู้ขอเข้ารับฟังมากกว่า 400 คน ทั้งที่เจ้าหน้าที่ของศาลจัดเตรียมเก้าอี้ไว้เพียง 16 ที่นั่ง ตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม

ทั้งนี้ สำนวนของอัยการระบุว่า จำเลยก่อเหตุระหว่างเดือน ส.ค. – ต.ค. 2560 สามารถล่อหลวงเหยื่อได้ 9 คน เป็นหญิง 8 คน และชาย 1 คน อายุระหว่าง 15 – 26 ปี โดยชิราอิชิเฟ้นหาบุคคลที่ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์สื่อถึงความต้องการ “จบชีวิตตัวเอง” แล้วจึงเข้าไปตีสนิท และยืนยันว่าเขา “สามารถช่วยให้บรรลุเป้าประสงค์นั้นได้” จนกระทั่งวันที่ 31 ต.ค. 2560 ตำรวจในเมืองซามะ ชานกรุงโตเกียว ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบบ้านของชิราอิชิ จึงพบว่าภายในบ้านเต็มไปด้วยชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ รวมถึงศีรษะของผูเเสียชีวิตทั้ง 9 คน
 
แม้ทนายความของชิราอิชิพยายามแก้ต่าง ว่าลูกความสมควรได้รับ “โทษขั้นสูงสุด” คือการประหารชีวิต เนื่องจากให้การสารภาพต่อทุกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นการฆาตกรรมและทำลายหลักฐานด้วยการหั่น และซ่อนเร้นชิ้นส่วนศพ ขณะเดียวกัน ผู้เสียชีวิตทุกคน “มีเป้าหมายชัดเจน” ว่า “ต้องการฆ่าตัวตาย”
 
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษายืนยันบทลงโทษประหารชีวิต “เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติของผู้เสียชีวิต” และโต้แย้งคำกล่าวของทนายจำเลยว่า “ไม่มีผู้เสียหายคนใดสมควรเสียชีวิต” และ “จำเลยต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง”

Posted in new