ด้วยที่เหลือเตียงในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) เหลือเพียงแค่ตัวเลขหลักเดียว เมืองออสติน ได้ส่งสัญญาณแห่งความกังวล ใช้ระบบเตือนฉุกเฉินแจ้งให้ประชากรในเมืองเอกของรัฐเทกซัสแห่งนี้ทราบว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังอยู่ในขั้น “เลวร้าย”

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเทกซัส สหรัฐฯ ว่า ในพื้นที่ออสติน เมืองที่มีประชากรเกือบ 2.4 ล้านคน เหลือเตียงไอซียูเพียงแค่ 6 เตียง และเหลือเครื่องช่วยหายใจ 313 เครื่อง

“สถานการณ์วิกฤต” เดสมาร์ วอลค์ส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่งสำนักงานสาธารณสุขออสตินระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (7 ส.ค.) ขณะที่มีการแจ้งเตือนสถานการณ์เลวร้ายผ่านข้อความมือถือ อีเมล และโทรศัพท์สายตรงถึงประชาชนของเมือง

“โรงพยาบาลของเราอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างรุนแรง และเราแทบทำอะไรไม่ได้เลย ในการบรรเทาภาระของพวกเขาที่ต้องรับมือกับเคสผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด” วอลค์ส กล่าว

คำเตือนนี้มีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากสำนักงานสาธารณสุขของเมืองยกระดับความเสี่ยงสู่ขั้นสูงสุดระดับ 5 สืบเนื่องจากตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก รวมถึงเร่งเร้าประชาชนให้เข้าฉีดวัคซีน หยุดอยู่บ้าน และสวมหน้ากากแม้ว่าพวกเขาจะฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม

ความเคลื่อนไหวยกระดับความเสี่ยงนี้มีขึ้นหลังจากค่าเฉลี่ย 7 วันของผู้เข้ารักษาตัวรายใหม่ในโรงพยาบาลต่างๆ ในเมืองออสติน เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่วนคนไข้ในห้องไอซียูเพิ่มขึ้นถึง 570%

สำนักงานสาธารณสุขของเมืองออสติน ระบุด้วยว่า คนไข้โควิด-19 ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 102 รายจนถึงวันเสาร์ (7 ส.ค.) จากระดับเพียงแค่ 8 รายในวันที่ 4 กรกฎาคม และคาดหมายว่าจำนวนผูู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจะเพิ่มขึ้นกว่านี้ เนื่องจากเคสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ออสตินเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า

“เตียงคนไข้ที่เหลืออยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ และการดูแลผู้ป่วยวิกฤตในระบบโรงพยาบาลของเราอยู่ในขั้นจำกัดสุดๆ” นายแพทย์วอลค์ส กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันสกัดหายนะครั้งนี้

นอกจากเมืองออสตินแล้ว พบเห็นเคสผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วประเทศเช่นกัน ค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อใหม่ในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเหนือ 100,000 คนต่อวัน หวนคืนสู่ระดับเดียวกับเมื่อ 6 เดือนก่อน ครั้งที่ประเทศแห่งนี้เผชิญการแพร่ระบาดรุนแรงในช่วงฤดูหนาว

เคสผู้ติดเชื้อรายสัปดาห์จนถึงวันศุกร์ (6 ส.ค.) เพิ่มขึ้นเหนือ 750,000 ราย สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ็อปกินส์ ทั้งนี้ เคสผู้ติดเชื้อที่พุ่งทะยานเกิดขึ้นแม้ว่าอัตราการฉีดวัคซีนในสหรัฐฯ เริ่มดีดตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน

รายงานของบลูมเบิร์กระบุต่อว่า ค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวัน เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงต่ำกว่าระดับที่พบเห็นในช่วงฤดูหนาวปีก่อนค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม พวกผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า อัตราการติดเชื้อใหม่ที่พุ่งสูงอาจกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ของไวรัสที่อันตรายร้ายแรงกว่าเดิม

บลูมเบิร์กรายงานว่า ทั่วทั้งรัฐเทกซัส ซึ่งมีประชากรราว 29 ล้านคน เหลือเตียงไอซียูแค่ 439 เตียง และเครื่องช่วยหายใจ 6,991 เครื่อง ในพื้นที่ฮิวสตัน ซึ่งมีประชากร 6.7 ล้านคน เหลือเตียงไอซียูแค่ 41 เตียง ส่วนพื้นที่ดัลลัส ซึ่งมีประชากรมากกว่า 8 ล้านคน เหลือเตียงไอซียู 110 เตียง

จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในเทกซัส มีมากถึง 23,096 คนในวันศุกร์ (6 ส.ค.) สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และแม้ตัวเลขลดลงเหลือ 11,072 รายในวันเสาร์ (7 ส.ค.) แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะมีการตรวจเชื้อน้อยลงในช่วงสุดสัปดาห์

Posted in new